Taking too long? Close loading screen.
skip to Main Content

แคลเซียมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

แคลเซียม

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ แต่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนเราเป็นอย่างมากทั้ง กระดูก ฟัน เส้นผม เล็บ ผิวหนัง เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญและไม่สามารถปราศจากแคลเซียมได้

    ตอนเราอายุน้อย หรือ ช่วงวัยรุ่น ร่างกายจะมีการดูดซึมและกักเก็บแคลเซียมไว้ภายในกระดูกถึง 99% เมื่อถึงอายุ 30 ปี ร่างกายจะดูดแคลเซียมจากกระดูกไปใช้สร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราเมื่ออายุมากขึ้นกระดูกถึงค่อย ๆ เสื่อมสภาพไป ทำให้ร่างกายของเราจำเป็นจะต้องมีแคลเซียมที่เพียงพออยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดแคลเซียม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน กระดูกบาง กระดูกแตกหักง่าย ข้อเสื่อม เข่าเสื่อม ฯลฯ

ปริมาณแคลเซียมจะมีอยู่มากในอาหารจำพวก 

  • ผักใบเขียว เช่น คะน้า บลอคโคลี่ ตำลึง 
  • ถั่วขาว ถั่วแระ ถั่วเหลือง
  • เมล็งาดำ
  • นม ชีส โยเกิร์ต
  • ปลาตัวเล็กตัวน้อย เช่น ปลาชิงชัง 
  • หอยนางรม
  • ปลาซาร์ดีน ปลากระป๋อง 
  • กุ้งตัวเล็ก ๆ เช่น กุ้งเต้น กุ้งฝอย 

“แต่ส่วนใหญ่การรับประทานอาหารของคนเราจะได้รับปริมาณแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน พออายุมากขึ้นจึงทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดแคลเซียม”

แคลเซียมที่ร่างกายต้องการต่อวัน

ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการ : ต่อวัน

  • คนที่มีอายน้อยกว่า 40 ปี ต้องการแคลเซียม 800 มก. ต่อวัน เทียบกับการดื่มนม 3-4 แก้ว
  • คนช่วงวัยทองหรืออายุ 50 ปีต้องการแคลเซียม 1,000 มก. ต่อวัน เทียบกับการดื่มนม 4-5 แก้ว
  • ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และคนช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ต้องการแคลเซียม 1,200 มก. ต่อวัน เทียบกับการดื่มนม 6-7 แก้วต่อวัน

    ปัญหาของคนเราทำไมถึงต้องไปหาซื้อแคลเซียมทานเสริม เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น อาหารการกินบางอย่างที่มีแคลเซียม ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายด้วยเหมือนกัน เช่น จากผลสำรวจพบว่าคนเอเชียส่วนใหญ่ แพ้นม ร่างกายไม่มีน้ำย่อยสำหรับย่อยนม หากจำเป็นต้องทานนมจริง ๆ ได้รับแคลเซียมจริง แต่ก็ต้องแลกกับการเกิดอาการแพ้ อาการท้องอืด หรือ ท้องเสีย อีกกรณีเช่น บางคนแพ้หอยนางรม ไม่สามารถทานได้จึงเลือกเปลี่ยนไปรับประทานปลาเล็กปลาน้อย แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการทอดกับน้ำมัน ต้องเสี่ยงกับน้ำหนักและระดับไขมันที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังเสี่ยงสารที่ปนมากับอาหารเหล่านี้ด้วย จากตัวอย่างนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเราถึงขาดแคลเซียม และ ต้องหาอาหารเสริมแคลเซียมทาน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกทานแคลเซียมผิดประเภทกันอยู่

แคลเซียมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายแบ่งออกเป็นหลายประเภท แล้วแคลเซียมแต่ละประเภทจะแตกต่างกันอย่างไร อ่านต่อเลย >>

แคลเซียมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

ความแตกต่างของแคลเซียมแต่ละชนิด

   แคลเซียมแบ่งออกเป็นหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียมในยุคแรกมีชื่อว่า แคลเซียมคาร์บอเนต สกัดจากระดูกสัตว์ (ดูดซึมเพียง 10%) แคลเซียมยุคต่อมาถูกผลิตขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการดูดซึมของแคลเซียมคาร์บอเนต โดยสกัดมาจากนมสัตว์ มีชื่อว่า แคลเซียมซิเทรต มีสถานะเป็นด่าง (ดูดซึมได้ 50%) ซึ่งแคลเซียมทั้ง 2 ชนิดนี้ ต้องใช้วิตามินดี และ กรดในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยในการดูดซึม หากร่างกายขาดวิตามินดีจะทำให้ดูดซึมไม่หมด ทำให้มีสารตกค้างในร่างกาย 

   แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต แคลเซียมนวัตกรรมใหม่ถูกผลิตและพัฒนาขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการดูดซึมของแคลเซียมแบบเก่า เป็นแคลเซียมที่ได้จากการสกัดวิตามินในข้าวโพด (เป็นแคลเซียมจากพืช) มีคุณสมบัติสามารถดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมทั่วไปถึง 9 เท่า โดยไม่ต้องอาศัยวิตามินดีและกรดในกระเพาะอาหาร ไม่ทิ้งสารตกค้างเกาะเป็นหินปูนตามอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ในอนาคต เช่น ทานแคลเซียมแล้ว ท้องผูก ท้องอืด มีสารตกตะกอน เกิดนิ่วในไต ท่อน้ำนมอุดตัน

ข้อมูลเชิงลึกของ แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต (แอล-ทรีโอเนต 950 มก. เท่ากับ ข้าวโพด 63 ฝัก)

  1. แคลเซียมนวัตกรรมใหม่ประเภทเดียวที่ได้รับสิทธิบัตรรับรอง FDA จากประเทศสหัฐอเมริกา ว่าดูดซึมได้ถึง 100%
  2. จากผลวิจัยพบว่า กว่า 95% ของคนที่ทานแคลเซียมประเภทนี้ สามารถยับยั้ง และ ป้องกันโรคกระดูกผุหรือกระดูกหักง่าย ที่เกิดจากภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน โดยได้รับผลการวิจัยสนับสนุนจากทางการแพทย์ในประเทศสหัฐอเมริกา
  3. เป็นแคลเซียมชนิดพิเศษที่ได้จากกระบวนการสกัดวิตามินซีในข้าวโพด โดยการสกัดขึ้นมาจากกระบวนการผลิตวิตามินซีของข้าวโพด จนกลายมาเป็นวิตามินแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต จากข้าวโพด
  4. มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ดีมาก
  5. เป็นแคลเซียมประเภทเดียวที่ช่วยได้ทั้งกระดูก และ กระดูกอ่อน
  6. สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ถึง 95% 
  7. เป็นการดูดซึมแบบ passtive transport สามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ทันที
  8. ไม่ต้องอาศัยวิตามินดีช่วยในการดูดซึม 
  9. ไม่ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารช่วยในการทำละลาย 
  10. คุณสมบัติในเรื่องของการละลายน้ำได้ดีและการดูดซึมได้ไว ทำให้หมดปัญหาเรื่องผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรับประทานแคลเซียมรูปแบบทั่วไป ปลอดภัยกับสุขภาพเมื่อใช้ในระยะยาว

มีคุณสมบัติพิเศษของ แอล-ทรีโอเนต 

  • เพิ่มมวลกระดูก ป้องกันกระดูกพรุน โดยแคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก แอล-ทรีโอเนต จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูกจึงทำให้สามารถยับยั้งการสลายตัวของกระดูกได้ 
  • ป้องกันโรคข้อเสื่อม โดย แอล-ทรีโอเนต จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในกระดูก กระดูกอ่อน รวมทั้งสร้างและปรับน้ำไขข้อให้สมดุล จึงทำให้เสริมสร้างกระดูกและข้อแข็งแรง 
  • ไม่ทำให้ท้องผูก ท้องอืด นิ่วในไต เนื่องจากแคลเซียม แอล-ทรีโอเนต แตกตัวและละลายน้ำได้ดี จึงไม่หลงเหลือ หินปูนให้ตกตะกอนหรือสะสมเกาะตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย 
  • แคลเซียม แอล-ทรีโอเนต สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้มากกว่าแคลเซียมชนิดอื่น ๆ

นี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรเลือกทานแคลเซียมให้ถูกประเภท
เพราะแคลเซียมแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและคุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน
ควรเลือกทานแคลเซียมให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดนะคะ

หากท่านใดสนใจผลิตภัณฑ์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่
https://www.facebook.com/protocal.co
หรือ Line@ : @protocal (มี@ด้วยนะจ๊ะ)
Back To Top