Taking too long? Close loading screen.
skip to Main Content

5 สุดยอดนักกีฬาที่ได้รับอาการบาดเจ็บและไม่สามารถคืนฟอร์มกลับมาได้

5 สุดยอดนักกีฬาที่ได้รับอาการบาดเจ็บและไม่สามารถคืนฟอร์มกลับมาได้

อันดับที่ 5 – แบรนดอน รอย (Brandon Roy)

แบรนดอน รอย (Brandon Roy)

แบรนดอน รอย (Brandon Roy)

แบรนดอน รอย หรือ ชื่อเต็ม แบรนดอน เดเวนย์ รอย (Brandon Dawayne Roy) เกิดในวันที่ 23 กรกฎาคม 2527 แบรนดอน รอย เริ่มต้นการเล่นกีฬาบาสเกตบอลในระดับประถมของโรงเรียน Garfield high school เขารู้สึกชอบและหลงไหลในการเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่เรียน High school ในปี 2006 เขาสามารถเข้ามาสู้ NBA ได้โดยการถูกดราฟเป็นอันดับที่ 6 โดยทีม Portland Trail Blazers การเล่นของ แบรนดอน รอย สามารถทำให้ฟอร์มการเล่น ของ Portland Trail Blazers ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเล่นของเขาโดดเด่นตั้งแต่เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ และเขายังสามารถ คว้า ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปีได้ สำเร็จในปี 2007 แบรนดอน รอย สามารถติด NBA All star 3 สมัยติดตั้งแต่ในปี 2008 – 2010

แต่พอเข้าสู่ฤดูกาลที่ 3 ของการเล่นอาชีพ เขาเริ่มมีอาการบาดเจ็บ ที่บริเวณหัวเข่า อาการบาดเจ็บ อันนี้เกิดจาก เนื้อเยื่อบริเวณกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัด เจ้าตัวก็ยังสามารถเรียกฟอร์มกลับมาได้ แต่พอผ่านไป 2 ฤดูกาลหลังจากที่ผ่าตัดครั้งแรก อาการบริเวณหัวเข่าของ แบรนดอน รอย ก็แย่ลง เนื้อเยื่อบริเวณหัวเข่าของเขาทั้งสองข้าง เสื่อม และ ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาแย่ จนไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิมกลับมาได้อีกเลย จนทำให้ในปี 2011 เขาต้องประกาศ รีไทร์ในที่สุด

อันดับที่ 4 – เดอริค โรส (Derrick Rose)

เดอริค โรส (Derrick Rose)

เดอริค โรส (Derrick Rose)

เดอริค โรส หรือ ชื่อเต็ม เดอริค มาเทล โรส (Derrick Martell Rose) เกิดในวันที่ 4 ตุลาคม 2531 ย่านแองเกิลวูด เมืองชิคาโก้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นย่านที่อันตรายอันดับต้นของประเทศสหรัฐอเมริกา เดริค โรส เริ่มต้นการเล่นบาสเกตบอลกับพี่ชายของเขา ทั้ง 3 คน โดยได้พี่ชายทั้งสามคนของเขาเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาการเล่น บาสเกตบอล และ ยังเปรียบเสมือนโค้ช ของ เดริค โรส อีกด้วย เขามีความโดดเด่นทั้ง ความเร็ว ความแข็งแรง ทรงพลัง และ ยังสามารถส่งบอลให้เพื่อนในสนามได้ดี ในปี 2008 เดริค โรส เข้าสู้ NBA ได้ถูกดราฟ เป็นอันดับที่ 1 โดยทีมบ้านเกิดของเขา ทีม Chicago Bulls เขาสามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอดตั้งแต่เข้าเล่น NBA ในฤดูกาลแรก คว้า ผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ในปี 2008 และ ยังสามารถคว้า MVP หรือ ผู้เล่นยอดเยียม ได้ตั้งแต่ อายุเพียง 22 ปี ถือเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลอายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัลนี้

แต่หลังจากนั้นไม่นาน จากการเล่นที่หนักหน่วง กับการเข้าทำที่รวดเร็ว ทำให้ เดริค โรส เกิดอาการบาดเจ็บจากการเล่น ทำให้ เอ็นไขว้หน้าเข่าข้างซ้าย ของเขาเกิดการฉีกขาด และยังเกิดอีกหลายอาการที่ บริเวณหัวเข่า และ ข้อเท้า ทำให้ เดริค โรส ไม่สามารถเรียกฟอร์มการเล่นที่ดี และ หนักหน่วงแบบเดิม กลับมาได้อีกเลย

อันดับที่ 3 – กาก้า (Kaka)

กาก้า (Kaka)

กาก้า (Kaka)

 กาก้า หรือ ชื่อจริง รีการ์ดู อีเซกซง ดุส ซังตุส เลย์ชี (Ricardo Izecson dos Santos Leite) เกิดเมื่อ 22 เมษายน ค.ศ. 1983 ในกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล กาก้า เกิดมาและโตในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ กาก้า เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เหมื่อนชาว บราซิเลียส่วนใหญ่ทั่ว ๆ ไป กาก้า เติบโตมาในทีมยอดนิยมอันดับหนึ่งของบราซิล เกือบทุกยุคทุกสมัย คือทีม เซาเปาลู โดยขึ้นมาในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2001 เขาลงสนามเกมแรก ตั้งแต่อายุ 18 ปี เขาสามารถทำได้ถึง 12 ประตู จากการลงเล่น 27 นัด และ 10 ประตู จากการลงเล่น 22 นัด ในฤดูกาลต่อมา ทำให้ กาก้า แจ้งเกิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะก่อนหน้าที่ เขาจะลงสนามแจ้งเกิดกับ เซาเปาลู กาก้า เคยประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในสระน้ำ ถึงขั้นเกือบจะเดินไม่ได้เพราะกระดูกสันหลังร้าว แต่ด้วยกำลังใจที่ดีทำให้เขาสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็วภายในแค่ปีเดียว ต่อมาในปี 2003 เอซี มิลาน ทีมฟุตบอลชั้นนำแห่งศึกกัลโชซีรีเอ อิตาลี กาก้าสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับเอซี มิลาน ด้วยการนำทัพ “ปิศาจแดงดำ” ผงาดคว้าแชมป์กัลโชซีรีเอ ฤดูกาล 2003-04 และ พามิลานเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2004-05 แต่ชวดแชมป์ แต่สุดท้ายกาก้าก็นำเอซี มิลาน คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปจนได้ ในฤดูกาล 2006-07 ด้วยผลงานที่สุดยอด ทำให้เขาสามารถค้ารางวัลนักเตะสร้างผลงานยอดเยี่ยม หรือบัลลงดอร์ ได้สำเร็จในปี 2007

หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จมากมายกับ เอซี มิลาน เขาได้ย้ายสโมสรมาที่ เรอัล มาดริค ทีมยักษ์ใหญ่แห่งลีค ลาลิก้าสเปน ด้วยค่าตัวที่ถือว่าสูงมาก ๆ ในคณะนั้นถึง 56 ล้านปอนด์ แต่พอย้ายมา ถิ่น ซานเดียโก้ เบอนาบิล เนื่องจากหลังย้ายมาอยู่กับทีมดังแห่งสเปนได้เพียงปีเดียว มาดริด ก็ได้ตัว โชเซ่ มูรินโญ่ มาคุมทัพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแผนการเล่นของ “เดอะ สเปเชียล วัน” นั้นคือเน้นความรัดกุมซึ่งไม่เหมาะกับสไตล์ของ กาก้า แถมยังเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน จนทำให้ตลอดเวลา 3 ฤดูกาลในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ของ กาก้า นั้นแทบจะเรียกว่าล้มเหลวเลยก็ว่าได้ โดยลงสนามให้ทีมไป 120 นัด ทำไป 29 ประตู

และ สุดท้ายเขาก็กลับไปเล่นในถิ่นเก่าใน เอซี มิลาน แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มที่สุดยอดแบบเดิมกลับมาได้ และ ในปี 2015 เขาได้ย้ายไปเล่น ให้กับทีม ออร์แลนโด ซิตี ทีมในเมเจอร์ลีก สหรัฐ และ ประกาศแขวนสตั้สไปในปี 2017

อันดับที่ 2 – แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (Daniel Sturridge)

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (Daniel Sturridge)

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (Daniel Sturridge)

     แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หรือชื่อเต็ม แดเนียล อานเดร สเตอร์ริดจ์ (Daniel Andre Sturridge) 1 กันยายน 1989 เขาเริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชน ของสโมสร แคดบิวรี่ แอทเลติก หรือ วีแกน แอทเลติก ในปัจจุบัน และ ย้ายไปสโมสรต่าง ๆ จนถึงปี 2013 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ได้ย้ายจาก เชลซี มา ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวย 12 ล้านปอนด์ กองหน้าซ้ายธรรมชาติรายนี้มีสถิติการทำ 67 ประตูให้กับสโมสรที่มาจากความพยายามทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรือจังหวะสำคัญ ๆ สเตอร์ริดจ์ ใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการประเดิมประตูแรกของการลงสนามให้กับทีม ลิเวอร์พลู และ ทำประตูเพิ่มอีก 10 ประตูก่อนที่จะปิดฤดูกาล และ ในฤดูกาล 2013-2014 แดเนียลได้ จุติ ร่างเทพ ยิงไป 21 ประตูเป็น รองเพียง หลุยส์ ซัวเรซ เพื่อนร่วมทีมในขณะนั้น

แต่พอเข้าสู่ฤดูกาลถัดไป ฟอร์มการเล่นของเขาก็เริ่มดรอปลง เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่บ่อยครั้ง แม้จังหวะการเข้าปะทะบอลกับคู่แข็งเล็กน้อยก็ทำให้เจ็บหนักจนต้องพักรักษาตัวยาวนาน จนถึงในฤดูกาล 2017-2018 สเตอร์ริดจ์ถูกปล่อยตัวให้ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ยืมตัว และ ฟอร์มการเล่นของเขาก็ดรอปลงไป ปัจจุบัน สเตอร์ริดจ์ ค้าแข่งอยู่กับสโมสร แทร็บซอนสปอร์(Trabzonspor) ใน ซื่อเปร์ลีก ประเทศ ตุรกี

อันดับที่ 1 – โรนัลโด้ (Ronaldo)

โรนัลโด้ (Ronaldo)

โรนัลโด้ (Ronaldo)

     โรนัลโด้ หรือ ชื่อเต็ม โรนัลดู ลูอีส นาซารีอู จี ลีมา เกิดวันที่ 22 กันยายน 1976  โรนัลโดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสร กรูเซย์รู ในฤดูกาลแรกนั้น เขาทำได้ถึง 12 ประตูใน 14 เกม โดยโรนัลโดมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น เขาเคยค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำมากมาย ไม่ว่ะเป็น บาร์เซโลน่า เรอัลมาดริก อินเตอร์มิลาน เอซีมิลาน โรนัลโด้ มีทั้ง ความฉลาดในการพาบอลไป ความเร็ว คล่องแคล่ว สับขาหลอก แย่งชิงบอลจากฝ่ายตรงข้าม และ จบสกอร์ ถึงกับเรียกได้ว่าไม่มีใครสามารถ หยุดเขาได้ ถ้าเขาได้ครองบอล แต่ความความสุดยอดที่สุดของผู้ชายคนนี้ต้องยกให้ช่วงที่เล่นให้ทีมชาติ บราซิล โรนัลโดลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ 97 นัด และทำประตูได้ถึง 62 ประตู โดยเป็นรองเพียงเปเล่และโรมารีอูเท่านั้น และ ยังเป็นเจ้าของสติถิ 15 ประตู ผู้ยิงประตูสูงสุดตลอดกาลของโลกในฟุตบอลโลกอีกด้วย เขาพายังสามารถพาทีมชาติบราซิลได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยในปี 1994 และ 2002 โรนัลโดเป็นหนึ่งในนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากมาย อาทิ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรป 2 สมัย หรือ รางวัล ฟีฟ่าบัลลงดออร์ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลก โดยฟีฟ่า 3 สมัย เขาถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอล 100 คนที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลโดยนิตยสารฟุตบอลฝรั่งเศส

แต่แล้วโรนัลโด้ต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ เนื่องจากความเจ็บปวด และ ภาวะขาดไทรอยด์ ทำให้เขามีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่ของ โรนัลโด้ก็คือเรื่อง หัวเข่า เพราะเขาใช้ทั้งความเร็ว การสับขาหลอก ทำให้อาการหัวเข่าของเขาแย่ลง จนสุดท้ายเขาต้องยอมแพ้อาการเจ็บปวด และ เขวนสตั้สไปในปี 2011 แต่ถึงอย่างไรความเก่งของเขาก็ถือว่าได้รับการยกย่องมากที่สุดในตำนานนักฟุตบอลเลยก็ว่าได้

ปิดท้าย
จะเห็นได้ว่านักกีฬา ทุกคนต่างมีความขยันในการฝึกซ้อม มุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ตัวเองรัก
จนกระทั่งประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่บางครั้งอาการบาดเจ็บ ร่างกาย และ ความเจ็บปวด
ก็ไม่สามารถพาพวกเขาไปถึงจุดสูงสุดที่พวกเขาฝันไว้ได้ แม้ว่าพวกเขาอยากจะทำมันต่อก็ตาม ..

“เรื่องของกระดูกและข้อเป็นเรื่องใหญ่ เพราะร่างกายเป็นเรื่องสำคัญ ให้ PROTOCAL ดูแลคุณ”
Back To Top